พระเครื่องมหาราช
   หน้าแรก   ร้านพระเครื่องมหาราช ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

ยินดีต้อนรับ สู่.....ศูนย์รวม พระใหม่ "พระเครื่องมหาราช" ครบเครื่องเรื่องวัตถุมงคล
102-103 (หน้าแฟลต 23 ) การเคหะคลองจั่น ถ.นวมินทร์ ซอย 6 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ ก.ท.ม. 10240 (เปิดทำการเวลา 10.30-20.00 น.)
โทร. 089 784 5829 Fax. 02 728 6188 :: หยุดทุกวันจันทร์ ::

Email ;
maharat@maharatamulet.com
>>> ยินดีเป็นตัวแทนรับจองพระใหม่จากทุกวัด ทุกสำนัก ทั่วราชอาณาจักร <<<
พระใหม่เปิดจอง พระใหม่บูชาได้เลย ค้นหาข้อมูลในมหาราช ติดต่อชำระเงิน แผนที่พระเครื่องมหาราช ตรวจสอบสถานะ EMS
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลวงพ่อบรรณ พุทธสโร พระเกจิดังเมืองระนอง  (อ่าน 4043 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
naruecha
Global Moderator
Hero Member
*

Karma:ความมีน้ำใจ +42/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2163



« เมื่อ: ตุลาคม 31, 2010, 12:25:38 AM »



                     


หลวงพ่อบรรณ พุทธสโร พระเกจิดังเมืองระนอง

'หลวงพ่อบรรณ พุทธสโร' หรือ 'พระครูศีลพงษ์คณารักษ์' เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดอุปนันทาราม หรือวัดด่าน อ.เมือง จ.ระนอง และเป็นเจ้าคณะจังหวัดระนองรูปแรกด้วย


หลวงพ่อบรรณ เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่มีชีวิตร่วมสมัยเดียวกับหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง จ.ภูเก็ต

ตามประวัติทราบแต่เพียงว่าหลวงพ่อบรรณได้อุปสมบทในช่วงปี พ.ศ.2418 เดิมเป็นชาวเมืองไชยา (ปัจจุบันคือ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี)

เมื่อบวชได้ประมาณ 10 พรรษา ท่านได้ออกจาริกธุดงค์จากเมืองไชยา ผ่านเมืองหลังสวน (ปัจจุบันคือ อ.หลังสวน จ.ชุมพร) เข้าสู่เมืองระนอง โดยได้ปักกลดอยู่ในป่าช้าของหมู่บ้านท่าด่าน

ชาวบ้านในสมัยนั้นได้นำของไปถวายและสนทนาธรรม คนเฒ่าคนแก่สมัยนั้นเห็นว่าหลวงพ่อบรรณเป็นพระเก่งกล้า มีความรู้เรื่องเวทมนตร์และอาคมดี จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา แล้วจึงได้นิมนต์ให้อยู่สร้างวัดด่าน ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นป่าช้าและสำนักสงฆ์ จนแล้วเสร็จและได้ขึ้นทะเบียนกับกรมการศาสนา เมื่อปี พ.ศ.2436 จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดด่าน และเป็นเจ้าคณะจังหวัดรูปแรกของจังหวัดระนองด้วย

จนถึงปี พ.ศ.2463 หลวงพ่อบรรณได้มรณภาพ สิริอายุ 79 ปี

ทั้งนี้ ก่อนมรณภาพมีผู้เล่าว่าขณะที่หลวงพ่อบรรณได้นั่งบนหลังช้างเพื่อพาพระใบฎีกาพลอย ธัมมโชโต (ซึ่งต่อมาได้เป็นเจ้าคณะจังหวัดระนองรูปที่ 3) ไปเทศนาให้กับญาติโยมที่วัดหาดส้มแป้น ต.หาดส้มแป้น อ.เมือง จ.ระนอง แต่ในระหว่างเดินทางหลวงพ่อบรรณได้เกิดเป็นลม แล้วมรณภาพบนหลังช้างอย่างสงบ

สำหรับความอภินิหารและวาจาสิทธิ์ของหลวงพ่อบรรณมีอยู่หลายครั้ง เช่น เคยมีคนเข้าไปขโมยมะพร้าวในสวนของวัดตอนกลางคืน ทำให้คนขโมยออกจากสวนมะพร้าวไม่ได้เดินวนเวียนหาบมะพร้าวจนรุ่งสาง

หลวงพ่อบรรณไปพบเข้าท่านจึงพูดขึ้นเป็นสำเนียงภาษาใต้ว่า "มึงวางต้า" หมายถึงให้วางลง คนที่ขโมยมะพร้าวเมื่อได้ยินก็วางหาบมะพร้าวลงแล้วเดินออกจากสวนมะพร้าวของวัดไปได้

อีกเรื่อง คือเกิดไฟไหม้ชุมชนตลาดเก่า เมื่อหลวงพ่อบรรณทราบข่าวว่าไฟไหม้บ้านของชาวบ้าน จึงรีบเดินทางไปที่เพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ เมื่อไปถึงหลวงพ่อบรรณได้กำทรายขึ้นมาเสกแล้วเป่าวิทยาคม พร้อมด้วยการหว่านทราย ทำให้ไฟที่กำลังไหม้ดับมอดลงทันตาเห็น ไม่ลุกลามไปบ้านหลังอื่น

หลวงพ่อบรรณ ถือเป็นพระเถระคู่เมืองของชาวระนองมายาวนาน วัดด่านได้สร้างรูปเหมือนไว้ในศาลาหลวงพ่อบรรณ ซึ่งมีผู้คนไปกราบไหว้บูชา บนบานขอสิ่งต่างๆ ทุกวันมิได้ขาดสาย เช่น คนที่มีบุตรยากไปอธิษฐานก็จะสมหวัง บางคนอธิษฐานขอเรื่องการเรียน การสอบเข้าทำงาน ให้หายเจ็บไข้ไม่สบาย หรือการเดินทางให้แคล้วคลาด หรือแม้กระทั่งของหาย เมื่ออธิษฐานก็ยังได้กลับคืน

นอกจากนี้ มีเรื่องเล่าขานเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน มีไต้ก๋งเรือประมงคนหนึ่งห้อยเหรียญหลวงพ่อบรรณติดตัว ถูกคลื่นซัดจนเรือล่ม ต้องลอยคออยู่ในทะเลอันดามัน มีปลาฉลามว่ายน้ำจะเข้ามางับ จึงได้บนบานถึงหลวงพ่อบรรณ ปรากฏว่าปลาฉลามได้แต่ว่ายน้ำวนเวียนโดยรอบไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้ ในที่สุดมีเรือประมงเข้ามาพบช่วยเหลือไว้ได้จนปลอดภัย

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวเรือประมงจำนวนมากเลื่อมใสศรัทธาเช่าเหรียญหลวงพ่อบรรณรุ่นต่างๆ ไปบูชาจำนวนมาก และเมื่อได้ในสิ่งที่ขอแล้ว จะต้องแก้บนด้วยหมากพลูตำ บุหรี่มวนใหญ่ ยาเส้นใบตอง ข้าว แกงเผ็ดเนื้อ น้ำพริกกะปิเผา เป็นต้น

พร้อมคำบูชา "พุทธัง อาราธนานัง ธัมมัง อาราธนานัง สังฆัง อาราธนานัง พุทธานุภาเวนะ ธัมมานุภาเวนะ สังฆานุภาเวนะ มังรักขะ ตุมหาลาภา วันตุเม"

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือที่ตั้งของวัดด่านซึ่งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ซึ่งใต้แผ่นดินบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งแร่ดีบุกจำนวนมาก ถึงขนาดที่ผู้สัมปทานเหมืองแร่ในสมัยนั้นเสนอให้หลวงพ่อบรรณย้ายวัด แล้วจะสร้างวัดให้ใหม่

แต่หลวงพ่อบรรณไม่ยอมย้าย เรือขุดแร่พยายามขุดหาแร่เข้าไปบริเวณวัดแต่ก็ไม่เคยสำเร็จ เมื่อเรือขุดแร่เข้าใกล้เขตวัด เครื่อง ยนต์จะดับโดยไม่ทราบสาเหตุทุกครั้ง จนในที่สุดก็ต้องถอยกลับไปเอง

ทำให้วัดด่านอยู่ที่เดิมคู่เมืองระนองมาจนตราบถึงทุกวันนี้



ขอขอบคุณข้อมูลจากพระเครื่องข่าวสดค่ะ




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.5 © 2008-2012, SimplePortal

Asalet v7: deruni
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!